ตะลุยข่าว » รอบรั้วทั่วไทย » ด่านศุลกากรทุ่งช้าง สกัดจับ “หมูดิบเถื่อนนำเข้าจากต่างประเทศ”

ด่านศุลกากรทุ่งช้าง สกัดจับ “หมูดิบเถื่อนนำเข้าจากต่างประเทศ”

29 กันยายน 2026
4647   0

ด่านศุลกากรทุ่งช้าง สกัดจับ “หมูดิบเถื่อนนำเข้าจากต่างประเทศซุกใต้ขิงสด”หนักกว่า 16.4 ตัน มูลค่าทะลุ 1.16 ล้านบาท ย้ำเดินหน้าปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคและปกป้องเกษตรกรไทยอย่างเข้มงวด


นายนิติ วิทยาเต็ม รองอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 กรมศุลกากรโดยด่านศุลกากรทุ่งช้าง ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ได้บูรณาการความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นและยึดซากสุกรถิ่นกำเนิดต่างประเทศลักลอบนำเข้าจากสปป.ลาว ภายหลังสืบทราบความผิดปกติของรถขนสินค้าบรรทุกพ่วงที่ยื่นขอผ่านพิธีการศุลกากร โดยระบุในใบขนสินค้าว่าเป็นขิงสด รวมจำนวน
2,750 BAGS น้ำหนักสุทธิ 27,500 กิโลกรัม


ทั้งนี้ ด่านศุลกากรทุ่งช้างได้วิเคราะห์ข้อมูลและบริหารความเสี่ยงกำหนดให้ตรวจสอบและเฝ้าระวังสินค้าเกษตร
ประกอบกับช่วงเวลานี้อยู่นอกฤดูกาลของขิงสด รูปแบบบรรจุภัณฑ์แตกต่างจากปกติ และได้กลิ่นหืนคล้ายผลิตภัณฑ์
จากสัตว์ออกมาจากรถขนสินค้าบรรทุกพ่วง จึงดำเนินการเปิดตรวจรถขนสินค้าอย่างละเอียด ร่วมกับส่วนควบคุมทาง
ศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ด่านกักกันสัตว์น่าน


ผลการเปิดตรวจพบว่า นอกจากขิงสดบางส่วนตามรายการแล้ว ยังพบ “หนังสุกร” และ “เนื้อสุกร” บรรจุ
ในกล่องและกระสอบระบุถิ่นกำเนิดต่างประเทศ ซุกซ่อนอยู่ปะปนมากับสินค้า โดยมีผ้าห่มและผ้าใบห่อปกคลุมไว้
และนำขิงสดมาวางทับไว้อีกชั้นหนึ่ง โดยไม่มีการสำแดงในใบขนสินค้า น้ำหนักสุทธิรวม 16,465 กิโลกรัม
มูลค่าประเมินราว 1,168,172.5 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามมาตรา 202, 243 และ 244
แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ตลอดจนฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และ
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางและอายัดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทาง
กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป


ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความเข้มงวดของกรมศุลกากรในการกวดขันปราบปราม
การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์และสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านโรคระบาดสัตว์ ยกระดับมาตรฐาน
ความปลอดภัยทางอาหารให้กับประชาชน ตลอดจนปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและเกษตรกรภายในประเทศ
อย่างยั่งยืน