ปิดป่าล่าผู้ต้องหายิง 2 ชาวบ้านกองคาดับ
จากเหตุการณ์ตามหา 2 คนหาย กลายเป็นล่าคนร้ายตามหมายจับยิงดับชาวบ้าน


นายยุทธนา จตุพรสีวลี อายุ 37 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย ที่บ้านแม่กองคา ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.ท.ปพัสศ์พงศ์ แก้วรากมุก สารวัตรหัวหน้าสถานี สภ.ท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยความคืบหน้าในการติดตามล่าตัวมือปืน ยิงชาวบ้าน บ้านแม่กองคา เสียชีวิต 2 ราย ว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการแบ่งกำลังในการออกติดตามจับกุมผู้ต้องหา 2 ชุด โดย ชุดที่ 1 เข้าทางบ้านแม่กองคา เดินตามลำห้วยแม่กองคา สวนขึ้นมา ประกอบไปด้วย สภ.ท่าตาฝั่ง จนท.ปกครองอำเภอแม่สะเรียง เจ้าหน้าที่ ตชด,337 แม่สะเรียง กำนันผู้ใหญ่บ้าน ชุดที่ 2 จะเดินเท้าจากศาลาอุทยานสาละวินไปตามลำน้ำแม่กองคา ประกอบไปด้วย กก.สส.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน ทหารพราน 36 เจ้าหน้าที่อุทยานสาละวิน ทั้งนี้การค้นหาของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจาก ผู้ก่อเหตุมีความชำนาญพื้นที่และเข้าออกป่าเป็นประจำทำให้รู้ทางหนีทางรอดได้เป็นอย่างดี



ด้าน นายสมชาติ (ลี้) เป็นหลานของลุงที่เสียชีวิตรายแรก และ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคนเสียชีวิตรายที่ 2 ได้เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต กับ ผู้ก่อเหตุ ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อน แต่ทุกคนรู้ว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติเรื่องเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน เป็นคนที่อื่นแต่มาอยู่และมามีภรรยาในพื้นที่หมู่บ้านนับ 10 ปีแล้ว เข้าใจว่าน่าจะเกิดอาการหลอน เจอหน้าใครก็จะทำร้าย ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ยินเสียงปืนมาจากข้างบนไม่รู้ว่าจะเป็นเสียงปืนอะไร 1 นัดไม่ทราบว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุหรือเปล่า วันนี้จะตามเจ้าหน้าที่เข้าไปดูกระท่อมที่ผู้ก่อเหตุเคยอาศัยอยู่

สำหรับ นายยุทธนา จตุพรสีวลี อายุ 37 ปี คนร้ายรายนี้ เป็นบุคคลที่ครอบครัวแจ้งความหายออกจากบ้าน ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ระดมกำลังกันค้นหาแต่ก็ไม่พบตัว จนกระทั้งมาลงก่อเหตุ ยิงผู้อื่นเสียชีวิตถึง 2 ราย เมื่อ ในวันที่ 23 เมษายน 2568
และจากการตรวจสอบเบื้องต้นคนร้ายมีการใช้เสพติด (ติดฝิ่น) โดยการก่อเหตุครั้งนี้ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาว บรรจุกระสุนทีละนัด ลงมือก่อเหตุ หลังก่อเหตุแล้วคาดว่าลูกกระสุนน่าจะเหลือประมาน 10 นัด พ.ต.ท.ปพัสศ์พงศ์ แก้วรากมุก สารวัตรหัวหน้าสถานี สภ.ท่าตาฝั่ง จึง ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทุกนายให้ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเพราะคนร้ายมีอาวุธครบมือและเป็นบุคคลอันตราย ทั้งยัง ได้จัดกำลังจากหน่วยทหารพรานและกำลัง อาสารักษาดินแดน (อส.) เพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่หมู่บ้านแม่กองคา และหมู่บ้านข้างเคียงเพราะเกรงว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาทำร้ายบุคคลอื่นๆ ในหมู่บ้านซ้ำอีก….



