เชียงรายปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” บุกจับคาราโอเกะ เปิดเกินเวลา พบเด็กอายุ 16-18 ปี ให้บริการปรนนิบัติลูกค้า

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 00.30 น. ปกครองจังหวัดเชียงราย สนธิกำลัง สภ.บ้านดู่ เชียงราย ตามแผนปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” ตามคำสั่งนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สนองนโยบาย ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในด้านการป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการปราบปรามการค้ามนุษย์ หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสจากสายลับว่าในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มีร้านคาราโอเกะ บางแห่งมีพฤติกรรมเปิดให้บริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และมีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาให้บริการปรนนิบัติลูกค้า จากนั้นจึงได้มีการส่งสายลับไปยังร้านอิงเกิ้ง คาราโอเกะ ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ในเวลา 21.00 น วันที่ 3 กันยายน 2569 และพบว่าร้านคาราโอเกะดังกล่าว มีพฤติการณ์ ตามที่มีการร้องเรียนจริง จึงทำการวางแผนเพื่อเข้าตรวจค้นจับกุม
ต่อมาใน เวลา 00.30 น.ของวันนี้(4 ก.ย.69) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้บุกจู่โจมสายฟ้าแลบเพื่อตรวจสอบ พบเป็นอาคารชั้นเดียว ด้านหน้าร้านได้ทำการปิดไฟ ปิดเพลง และคุมแสลนไว้บ้างส่วนเพื่อตบตราเจ้าหน้าที่ ให้เหมือนว่าร้านปิดแล้ว เมื่อเข้าไปภายในร้านพบว่า มีโต๊ะให้บริการอยู่บริเวณด้านหน้าร้านอยู่จำนวนหนึ่ง(หลังแสลน) และภายในร้านมีห้องคาราโอเกะ แบบห้องรวม 6 โต๊ะ มีห้อง VIP จำนวน 2 ห้อง โดยมีพนักงานหญิงบริการปรนนิบัติลูกค้าจำนวน 10 คน มีลูกค้าใช้บริการภายในร้านและหน้าร้านด้านนอก อยู่จำนวน 4 โต๊ะ ภายในห้อง VIP จำนวน 1 ห้อง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว เข้าตรวจสอบ พบหญิงสาวรายหนึ่งชื่อเจน(นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน เจ้าหน้าที่จึงขอดูเอกสารประกอบการขออนุญาตเปิดสถานบริการ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ 2509 มาตรา 3 (4) (ก) (ข) โดยจากการตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตตั้งสถานบริการ และจากการตรวจสอบ หญิงบริการภายในร้านทั้ง 10 คนพบเป็นบุคคลสัญชาติไทยทั้งหมด และจากการตรวจสอบ บัตรประชาชนพบว่ามีหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 4 คนแบ่งเป็นอายุ 16 จำนวน 2 คน และ 17 ปี จำนวน 2 คนเจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุ้มตัวไว้ เมื่อทำการสอบถามเจ้าของร้าน พบว่า หญิงบริการทั้งหมดเป็นลูกจ้างรายวัน หากมาทำงานเวลา 18.30 น. จะได้ค่าแรงวันละ 100 บาท และได้ค่าดริ้งๆละ 100 บาท แต่หากมาทำงานสายเกินเวลาจะได้เฉพาะค่าดริ้ง 100-120 บาท ตามเวลาเข้างานซึ่งกลุ่มนี้จะไม่ได้ค่าแรง ส่วนลูกค่าที่ใช้บริการให้น้องมาคอยดูแลจะเสียค่าดริ้งให้ทางร้าน 150 บาทต่อทางร้านจะจ่ายให้หญิงบริการ 100 บาทร้านจะหักไว้ 50 บาท

ทั้งนี้ในระหว่างตรวจสอบร้านอยู่เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบ เด็กอายุ 14 ปี อยู่บริเวณหน้าร้าน จากการสอบถาม ให้การว่ามารับพี่สาวอายุ 17 ปี ที่ทำงานที่ร้านนี้ บ้านพักเด็ก จึงรับตัวไปคุ้มครองชั่วคราวเพื่อติดต่อผู้ปกครองให้มารับเนื่องจากในช่วงดังกล่าวเป็นเวลาที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กในวัยนี้


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นางเจน เจ้าของร้าน ว่ามีความผิด 1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 4 ประกอบ มาตรา 3 (4) (ก)(ข) และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 (ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) 2.ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 (3) อันเป็นความผิดตามมาตรา 78 (ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.เป็นนายจ้างที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นลูกจ้าง โดยไม่แจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน ตามมาตรา 45 (1) ประกอบมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 (ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท) 4.เป็นนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 – 06.00 นาฬิกา โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 47 ประกอบมาตรา 144 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (ต้องระวงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)และ 5.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัน หรือเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ตามมาตรา 28 ประกอบกับ มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551

จากนั้นได้ประสานพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ มารับตัวนางเจน ไปดำเนินดคีตามกฎหมาย ส่วนหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้ง 4 คน เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งทีมสหวิชาชีพเพื่อทำการสัมภาษณ์ คัดแยกผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ ต่อไป…..






