พบแล้วน้องกู๊ดชายแดนแม่สาย หลังหายตัวจาก กทม.แม่รุดรับตัวกลางดึก

จากกรณีเพจอีจัน ได้รับการขอความช่วยเหลือจาก น.ส.น้ำฝน วิลาลัย อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/335 ซอยอินทามระ 2 ถ.สุทธิสารวินิจฉัย สามเสนใน กทม. ว่าลูกชายคือนายกวีนทัต วิลาลัย หรือน้องก๊ด อายุ 17 ปี ได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2568 โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงได้ไปลงบันทึกประจำวันแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.บางสื่อ กทม. และจากการสืบสวนพบว่าน้องกู๊ดได้เดินทางโดยรถไฟจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปยังสถานีเชียงใหม่ ทางอีจันจึงได้ประสานงานไปยัง พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ในการขอความร่วมมือในการเร่งติดตามหาตัวน้อง โดยพบว่าน้องกู๊ดได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดเชียงรายด้วยรถโดยสารประจำทางไปลงที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 จ.เชียงราย แต่ไม่ได้รับการยืนยันเนื่องจากกล้องวงจรปิดในบริเวณสถานีขนส่งแห่งที่ 1 จ.เชียงราย บริเวณที่รถประจำทางเชียงใหม่-เชียงรายเข้าไปจอดได้รับความเสียหายจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน น.ส.น้ำฝน แม่น้องกู๊ด ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงราย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าสายสืบออกหาข่าวและประสานไปยัง สภ.ทุกแห่งในพื้นที่เมืองเชียงราย โดยเฉพาะพื้นที่ อ.แม่สาย เพื่อหาทางช่วยเหลือติดตามน้องกู๊ดเพราะเกรงว่าอาจจะถูกหลอกให้ไปทำงานให้กับแก็ง คลอเซ็นเตอร์ ในประเทศเพื่อนบ้าน

ต่อมาวันนี้(20 กรกฎาคม 2568) เวลา 09.00 น.ทางเพจอีจัน ศูนย์ข่าวภาคเหนือ ชมรมสื่อออนไลน์ ได้รับการติดต่อทาง ไลน์ มาจาก น.ส.น้ำฝน แม่น้องกู๊ด ว่าขณะนี้ ได้พบตัวน้องกู๊ด แล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจแม่สายได้แจ้งให้ทราบว่า น้องกู๊ด ได้เข้าไปพักที่ ลาโย ผาหมี หมู่6 อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่เปิดบริการเป็นโฮมสเตย์ ซึ่งขณะนี้ น.ส.น้ำฝน ได้เดินทางไปพบกับน้องกู๊ด แล้ว ส่วนสาเหตุเกี่ยวกับการหนีออกจากบ้านเบื้องต้นเกิดจากปัญหาภายในครอบครัว การน้อยเนื้อต่ำใจ ส่วนสาเหตุเชิงลึกเกี่ยวกับการถูกหลอกให้มาทำงานฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน หรือเหตุจูงใจอื่นๆอยู่ในระหว่างสืบสวน
ด้าน น.ส.น้ำฝน ได้กล่าวขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพจอีจัน ที่ได้ร่วมตามหาตัวน้องกู๊ดจนพบตัวน้องโดยปลอดภัย

นี้คืออีกหนึ่งภารกิจ ที่เพจอีจันเป็นส่วนหนึ่งในการติดตามช่วยเหลือผู้ที่ถูกหลอกลวงจากแก็งค์คลอเซ็นเตอร์ จีนเทา ให้หลงเชื่อและตกเป็นเหยื่ออันโอชะ เข้าไปสู่วังวนการค้ามนุษย์และการขายอวัยวะมนุษย์ที่สุดท้ายชีวิตยังไม่สามารถรักษาไว้ได้ เราเชื่อว่าปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีปัญหานี้จะเบาบางลงหากสังคมครอบครัวมีความเข้มแข็ง……..



