
ฝูงนกเงือก เกือบ 200 ตัวที่อพยพจากประเทศฟิลิปปินส์ มาหากินอยู่ในป่าเทือกเขา บริเวณชุมชนคลองหลอบ ต.ตะกุกใต้ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่า และพันธุ์ไม้นานาชนิดที่เป็นอาหารให้กับฝูงนกเงือกที่เข้ามาอาศัยเกือบ 2 เดือน
เจ้าหนี้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง ต.ตะกุกใต้ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี ในแต่ละวันกว่า 10 นาย ที่เดินลาดตระเวณในป่าคลองยัน เพื่อสำรวจผืนป่าและต้นไม้ที่ขึ้นตามภูเขาว่ามีการบุกรุกและทำลายผืนป่าหรือไม่ หลังจากที่สำรวจได้พบเห็นนกเงือกกว่า 100 ตัว บินไปบินมาบนแนวเขา ซึ่งเป็นการสันนิฐานของเจ้าหน้าที่นาจะเป็นนกเงือกสายพันธุ์ กรามช้างปากเรียบ ซึ่งดูจากสีของนกและปากของนักที่บินไปบินมาหากินลูกไทร บนต้นไม้สูง ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้เพื่อบันทึกนกเงือกฝูงดังกล่าว และคาดว่านกเงือกที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตพันธุ์รักษาป่าคลองแสง น่าจะเป็นนกที่อพยพมาจากประเทศฟิลิปปินส์เกือบสองเดือนแล้ว เนื่องจากในพื้นที่ไม่เคยพบนกเงือกมากมายเช่นนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะบินไปมาบินคู่ระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย แต่บินเป็นฝูง ทำให้ดูบรรยากาศบนท่องฟ้าสวยงาม

ชุมชนบ้านคลองหลอบ หมู่ที่ 11 ต.ตะกุกใต้ อ.วิภาวดี มีชาวบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่กว่า 100 คัวเรือน มีอาชีพทำการเกษตร ปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพาราและสวนผลไม้ เล่าให้ฟังว่าบริเวณป่าพื้นนี้ที่ชาวบ้านช่วยกันดูแลรักษามาช่วง 3 อายุคนแล้ว ส่งผลให้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์และพันธุ์ไม้นานาชนิดที่ขึ้นอยู่ตามภูเขา ในแต่ละวันจะได้ยินเสียงสัตว์ร้อง และมีสัตว์ป่า อย่างชะนี และค้าง มาร้องอยู่บนภูเขาให้ได้ฟังอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังมีพวกกระจอก กระแต นกกางเกน นกบินหลาดง หมูป่า เข้ามาหากินในป่าผืนนี้ จากความอุดมสมบูรณ์ของป่าแห่งนี้ทำให้นกเงือกบินเข้ามาหากินและอาศัยอยู่ในพื้นที่ พอถึงเวลานกเหล่านี้ก็จะบินจากไป ใน 1 ปี จะมีให้ดูเพียงครั้งเดียวในระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เท่านั้น

ด้านนายวิศนุ แซ่ลิ้ม ช่างภาพอิสระ กล่าวว่า ในช่วงที่นกเงือกมาพักอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 11 ต.ตะกุกใต้ หมู่บ้านข้างเคียงตลอดจนพี่น้องชาววิภาวดีและเจ้าหน้าทีพันธุ์รักษาป่าคลองยัน ได้ร่วมกันดูแลนกกลุ่มนี้เป็นอย่างดี ส่วนสาเหตุที่นกเงือกได้เลือกพื้นที่ตรงนี้เป็นที่พัดน่าจะมาจากความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารและความเหมาะสมของระบบนิเวศน์ในบริเวณนี้ สำหรับนกเงือกกรามช้างปากเรียบที่ได้เห็นบินไปมาเป็นนกอพยพ ย้ายถิ่นที่มาอาศัยภายในบริเวณนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนสิงหาคม แลหลังว่าในปีหน้าและปีต่อไปนกเงือกฝูงนี้ก็จะหลับมาให้พี่น้องชาวอำเภอวิภาวดีได้ชมหรือสัมผัสพบเจอกับความสวยงามของนกเหล่านี้อีก นกเงือกที่พบในบริเวณนี้มีความสมบูรณ์แข็งแรงจะสังเกตุได้จากสีขนมีความเงามันและจากการเฝ้าดูในบางจังหวะเขาจะจิกตีหยอกหล่อกัน ปะลองกำลังกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทางตอนเหนือของหมู่บ้านผืนป่าด้านบนเป้นผืนป่าที่สมบูรณ์อย่างมาก

อีกทั้งพื้นที่ป่าดังกล่าวจะมีโครงการการก่อสร้างระบบชลประทานซึ่งถูกคัดค้านจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เพราะความอุดมสมบูรณ์ของป่าจึงไม่อยากให้มีการสร้างแต่อย่างใด เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้ประสบปัญหาเรืองน้ำที่จะมาใช้ในด้านการเกษตรเพราะเขามีคลองยันที่มีน้ำไหลอยู่ตลอดเวลาสามารถที่จะนำมาใช้ได้ ชาวบ้านเองในพื้นที่ยังคงช่วยกันรักษาผืนป่าแห่งนี้เอาไว้




