เชียงรายบุกตรวจสอบแรงงานกัมพูชา หลังฮุนเซนเรียกร้องกลับประเทศ

จากกรณีที่ฮุนเซน ประธานวุฒิสภา ประเทศกัมพูชา เรียกร้องให้แรงงานชาวกัมพูชากลับประเทศตัวเอง หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับประเทศไทย จนถึงขั้นยื่นฟ้องศาลโลก ขณะที่กองทัพภาคที่ 1 และภาคที่ 2 ของไทยต้องวางมาตรการจำกัดการเปิดและปิดด่านที่เชื่อมกับประเทศกัมพูชานั้นเรียกร้องให้แรงงานกัมพูชาที่ทำงานในประเทศไทยเดินทางกลับประเทศนั้น ล่าสุดทางจังหวัดเชียงรายได้พบว่ามีแรงงานกัมพูชาขออนุญาตมาทำงานในพื้นที่ ร่วมกับแรงงาน เมียนมา ลาวจำนวนหนึ่ง โดยส่วนใหญ่เข้ามาขายแรงงานในพื้นที่ มีทั้งรับจ้างกรีดยาง ทำงานก่อสร้าง ทำงานบรรจุหีบหอผลไม้ภายในล้ง ตัดผลไม้ในสวน เป็นต้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความกังวลใจเกรงว่าจะมี แรงงานต่างชาติลักลอบเข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งมีการหลบซ่อนพักพิงอยู่ในพื้นที่โดยไม่ถูกกฎหมายและเข้ามาแย่งอาชีพของคนไทยทำ นายธวัช วงค์ริน นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดเชียงราย จึงได้มอบหมายให้ นางสาวภคอร พิมพ์กลาง นักวิชาการแรงงานชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจและคุ้มครองคนหางาน ร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงรายนำโดย นายจักราวุธ ชุ่มมงคล ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย และ ร.ต.ท. เอกเพชร จันต๊ะคาด รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ผนึกกำลังลงตรวจพื้นที่เป้าหมาย 2 จุดในอำเภอแม่จัน

จุดแรกบริษัท เฟรย่า เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 234 ม.5 ต.จอมสวรรค์ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งบริษัทนี้มีการขออนุญาตนำแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาจำนวน 22 คน เข้ามาทำงานก่อสร้างในพื้นที่ โดยแรงงานชาวกัมพูชาทั้งหมดได้ไปทำงานในพื้นที่เวียงเชียงรุ่ง สร้างทางรถไฟ กับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เจ้าหน้าที่จึงให้คำแนะนำกับนายจ้างเกี่ยวกับการยื่นต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา สามารถดำเนินการ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสะดวกรวดเร็ว ในขณะที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัยขอให้นายจ้างแจ้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวว่าพักอาศัยอยู่ที่ไหนและหากมีการย้ายไปที่อื่น เปลี่ยนนายจ้างใหม่ที่ทำงานใหม่ก็ต้องแจ้งเพื่อป้องกันการสูญหายของแรงงานต่างด้าว

จุดที่2 บ้าน ม.7ต.จอมสวรรค์ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เข้าตรวจสวนยางของนายวัชรภัทร อรรถรุ่งโรจน์ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ เมื่อไปถึงพบแรงงานชาวลาวและเมียนมา นั่งอยู่บริเวณม้าหิน จึงขอตรวจพาสปอร์ต เอกสารการขออนุญาตทำงานในพื้นที่ ซึ่งทั้งสองได้ขอโทรศัพท์ติดต่อ นายวัชรภัทร อรรถรุ่งโรจน์ อายุ53 ปี นายจ้าง เพื่อนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดเชียงรายได้ บุกเข้าไปยังบ้านพักคนงานที่สร้างไว้ภายในสวนยางพาราได้พบแรงงานชาวเมียนมาเพศชาย และหญิง รวม 2 คน เดินอยู่ จึงนำตัวมารวมกันเพื่อขอตรวจเอกสาร ซึ่งต่อมานายวัชรภัทร ได้นำเอกสารต่างของแรงงานทั้งชาวเมียนมาและลาวมาแสดง ซึ่งเป็นไปอย่างถูกต้อง แต่ยังมีแรงงานต่างด้าวพื้นที่สูง(บัตรหัวศูนย์)บางคนไม่ได้ยื่นขออนุญาตทำงานจึงแนะนำนายจ้างให้นำลูกจ้างไปดำเนินการยื่นเรื่องโดยเสียคนละ 100 บาท ทำงานได้ 5 ปี ซึ่งนายจ้างก็จะได้เร่งดำเนินการ

นายจักราวุธ ชุ่มมงคล ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ความมั่นคงตามตระเข็บแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าเมียนมาและกัมพูชา ฝ่ายปกครองเชียงรายจึงร่วมบูรณาการกับจัดหางานจังหวัดเชียงราย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย ออกตรวจสอบแรงงานต่างด้าวเพื่อป้องกันเหตุต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเน้นไปในเรื่องการจ้างงานแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ซึ่งอาจจะมีมิจฉาชีพหรือคนร้ายแอบแฝงเข้ามาก่ออาชญากรรมและทำเรื่องผิดกฎหมายในพื้นที่ ในการตรวจสอบในวันนี้ไม่พบสิ่งผิดปกติประการใดซึ่งแรงงานกัมพูชาที่ลงทะเบียนไว้ในพื้นที่มีเพียง 50 กว่าคนมีการจดแจ้งถูกต้องและไม่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศเพราะแรงงานเหล่านี้มีรายได้ที่ดี สวัสดิการก็ดี อย่างไรก็ตามเราได้มีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง หากประชาชนพบว่ามีสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวแจ้งมาได้กับเจ้าหน้าที่ปกครอง อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ของท่านเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ลงไปตรวจสอบและหากพบแรงงานผิดกฎหมายจะดำเนินการจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้มีการสั่งการมาแล้วให้เฝ้าระวังเรื่องแรงงานต่างด้าวเป็นพิเศษ…….





