เครือข่ายภาค ปชช.รวมพลงานปอย “ปิดเหมืองว้า”เอาแม่น้ำกก แม่น้ำโขง น้ำรวกคืนมา

วันนี้ (5 มิ.ย.) ที่บริเวณสวนสาธารณะแม่ฟ้าหลวงเชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เครือข่ายภาคประชาชน องค์กรเอกชน นักวิชาการ ศิลปิน ทั้งใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และทั่วประเทศพร้อมด้วย นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา นางเตือนใจ ดีเทศน์ หรือครูแดงอดีต ส.ว.ผศ.ดร.ลลิตา หาญวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.เชียงราย ฯลฯ และผู้เกี่ยวข้องร่วม 500 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรม “ปอหลวงปิดเหมือง”


ซึ่งเป็นกิจกรรมการแสดงออกในการเรียกร้องขอแม่น้ำกกสายธารการล่อเลี้ยงชีวิตของคนเชียงใหม่และเชียงรายกลับคืนมาจากเหตุที่มีการสร้างเหมืองหลายแห่งในเมียนมาในพื้นที่เขตปกครองของว้า





จากนั้นทั้งหมดได้ตั้งขบวนจากสวนสาธารณะแม่ฟ้าหลวงเชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง ไปยัง สะพานแม่ฟ้าหลวงเพื่อยื่นข้อเรียกร้องจากเครือข่ายภาคประชาชนให้กับ นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัด-กระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งต่อไปถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลทหารเมียนมา และกองทัพว้าที่ดูแลเขตปกครองพิเศษท่ 2 (สหรัฐว้า) โดยมีการอ่านข้อเรียกร้องทั้ง 4 ภาษา ซึ่งนายขจรได้รับหนังสือเอาไว้ทั้ง 4 ฉบับ พร้อมระบุว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ประสานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเมียนมาและรัฐบาลเมียนมาแล้วซึ่งกรณีของประเทศจีนก็จะมีการทำหนังสือในลักษณะเดียวกันนี้ต่อไปสำหรับเนื้อหาในหนังสือเรียกร้อง มีเนื้อหาว่าปัจจุบันแม่น้ำทั้ง 4 สายดังกล่าวประสบปัญหาปนเปื้อนโลหะหนักที่ไหลมาจากรัฐฉานและเมื่อดูภาพถ่ายดาวเทียมพบมีการทำเหมืองแร่อย่างน้อย 40 จุด บางแห่งห่างจากชายแดนไทยเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้ระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมาต้องเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม สุขภาพ ฯลฯ โดยไม่เห็นว่ารัฐบาลจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอหากปล่อยไว้จะกระทบกับประชาชนนับล้านคน จึงขอเรียกร้องให้มีการยุติเหมืองแร่เหล่านั้นทันทีและต้องมีมาตรการที่ชัดเจนด้านการฟ้นฟูทั้งระบบนิเวศในแม่น้ำ เศรษฐกิจและสังคมอย่างเร่วด่วน หลังจากรับหนังสือเป็นที่เรียบร้อย ทางกลุ่มผู้เรียกร้องได้ทำกิจกรรม โปรยดอกไม้ลงไปยังแม่น้ำกกเพื่อเป็นสัญญาลักษณ์ในการไว้อาลัยให้กับพระแม่คงคาและมวลสัตว์น้ำที่ต้องได้รับผลกรทบจากการกระทำของน้ำมือมนุษย์กลุ่มว้า


นางอังคณา กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นการละเมิดสิทธินอกพรมแดนและไม่ใช่เรื่องใหม่โดยอยู่ในแผนปฏิบัติการชาติแต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือเมื่อมีแผนปฏิบัติการชาติเช่นนี้แล้วยังไม่เห็นว่ารัฐบาลเริ่มต้นทำอะไรเลย ปัญหาคือน้ำในแม่น้ำใช้ไม่ได้แล้วชาวบ้านจะอยู่อย่างไร เมื่อตัวแทนรัฐบาลลงมารับฟังก็รับฟังจากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ก็มีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุขณะที่ต้นเหตุยังคงมีอยู่ ต้นตอคือว้าซึ่งต้องมีช่องทางในการติดต่อและที่สำคัญคือกลุ่มทุนที่เข้าไปดำเนินการเป็นใครมาจากไหน หากเป็นทุนจีนจะรับผิดชอบอย่างไร เมื่อแพร่กระจายสู่แม่น้ำโขงจะกลายเป็นปัญหาในภูมิภาคนี้เลยทีเดียว รัฐบาลไทยและจีนก็มีความสัมพันธ์ที่ดีเมื่อเร็วๆ นี้ก็ส่งขาวอุยกูร์ไปให้กับทางการจีนจนรัฐบาลจีนชอบใจ เมื่อจีนขอมาไทยก็ให้ไปดังนั้นทางไทยควรจะขอบ้างเพื่อชาติของตัวเอง
“ที่จริงเรามีอาเซียนจึงอยากรู้ว่าอาเซียนคุยอะไรกัน คุยเรื่องเรื่องค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าเท่านั้นหรือไม่ แต่พอมีการละเมิดข้ามพรมแดนเยอะแยะไปหมดแล้วแบบนี้เราจะอยู่อยางไร จึงอยากให้อาเซียนให้ความสำคัญกับประชากรและพลเมืองอาเซียนด้ว นอกเหนือไปจากเรื่องจีดีพีนอกจากการค้าการลงทุน เพราะถ้าประชาชนเดือดร้อนเขาไม่มีทางทำมาหาค้ากันได้ เชียงรายก็ดูซบเซานักท่องเที่ยวก็น้อยลง วันก่อนพี่นั่งเรือมาไม่มีนั่งเรือเลย ปางช้างก็ไม่มีคนไปเที่ยว” นางอังคณา กล่าว
#เครือข่ายภาค ปชช.รวมพลงานปอย “ปิดเหมืองว้า”เอาแม่น้ำกก แม่น้ำโขง น้ำรวกคืนมา



