“พิชัย” เปิดงานพาณิชย์สัญจรภาคเหนือครั้งที่ 1 หวังฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจภาคเหนือ

วันนี้(12กุมภาพันธ์ 2568 )ที่โรงแรมเฮอริเทรด เชียงราย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะเดินทางมายังจังหวัดเชียงรายเพื่อเป็นประธานเปิดงาน”พาณิชย์สัญจรภาคเหนือครั้งที่ 1”มีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพร้อมด้วย พาณิชย์ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ ผู้ประกอบการค้าจากประเทศจีน ประเทศสปป.ลาว ประเทศเมียนมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐและเอกชนให้การต้อนรับ และร่วมงานสัมมนาการเชื่อมโยงตลาดและสร้างโอกาสการค้าชายแดน Chiang Rai Conneting Northern Border


นายพิชัย รมต.พาณิชย์กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องดูทั้งต่างประเทศ ในประเทศและการค้าชายแดน ตามแผนการเดิมเรื่องการค้าชายแดนและการค้าภายในอาเซียนมีการขยายตัวถึง 40% แต่เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาไทยเราต้องประสบปัญหาโควิด 2019 การค้าขายทางการตลาดจึงไม่ได้เท่าที่ควร ซึ่งปีที่แล้วได้ดุลจากการส่งออก 1.81 ล้านล้านเพิ่มขึ้น 6% ปีนี้หวังว่าจะได้ 2 ล้านล้านและอนาคตจะขยายตัวกว่านี้อีกเยอะ หากเศรษฐกิจของไทยดีและประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาและสปป.ลาวลาวที่มีปัญหาเรื่องค่าเงินดีขึ้น ส่วนจีนก็ดีขึ้นจากปัญหาเศรษฐกิจจะทำให้การค้าขายระเบี่ยงเศรษฐกิจชายแดนดีขึ้นตามไปด้วย

เชียงรายมีพื้นที่ติดต่อทั้ง สปป.ลาว เมียนมาและจีนถือเป็นจุดแข็ง การที่เราได้มาเสวนาในวันนี้เพื่อวางแผนทำอย่างไรให้การค้าขายภาคเหนือมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นต้องดูทั้งมหภาคและจุลภาคอันนี้คือสิ่งที่เราดำเนินการ การคาดหวังกับการจัดงานอย่างที่กล่าวไปเพราะปีที่แล้วเศรษฐกิจไทยมาในทิศทางที่ดีขึ้นการลงทุนเข้ามาแล้วถึง 1.13 ล้านล้าน ขยายตัวทางสินค้าอีก 4% การค้าชายแดนโตขึ้นถึง 6% เราหวังว่าโมเมตั้มนี้จะมีการขยายตัวและเราหวังว่าหากเราสามารถแก้ปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนเศรษฐกิจไทยจะพุ่งขึ้น หวังว่ามีประธานแบ็งค์ชาติคนใหม่มาเชื่อว่าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นหวังว่าอย่างนั้น

ส่วนการตัดไฟฟ้า ตัดเน็ต งดส่งน้ำมันและระบบโซล่าเซล ให้ประเทศเมียนมาจะกระทบการค้าชายแดนหรือไม่ก็ต้องชี้แจงว่าปัญหามันเกิดจากแก็งค์คลอเซ็นเตอร์ที่ทำให้ทั่วโลกได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบในเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานมาว่าในประเทศเพื่อนบ้านที่มีเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบที่ทราบว่าได้เงินจากทุนเทาเพื่อมาสร้างสถานการณ์ตอนนี้ก็ซาลงไปแล้วอย่างไรก็ดีเราก็ต้องประสานจีนและเมียนมารวมกันเพื่อแก้ปัญหานี้ที่ผ่านมามีคนถูกหลอกเยอะมากมูลค่าความเสียหายหมื่น-แสนล้านบาททีเดียว ไทยเองก็อาจได้รับผลกระทบบ้างที่ผ่านมาเราส่งออกไปยังเมียนมานับแสนล้านบาท น้ำมันทั้งดีเซลและเบนซินเราส่งออกรวมกัน 15,000 ล้านบาท แต่เมื่อประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบจากแก็งค์เราจึงยอมเพื่อให้การจัดการแก็งค์คลอเซ็นเตอร์ได้ผล และการค้าชายแดนกลับมาค้าขายดีเหมือนที่ผ่านมา

จากนั้น นายพิชัย” ด้นำทีมพาณิชย์ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ติดตามการจำหน่ายสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ ชูใจ วัยเก๋า 60+ ที่ตลาดล้านเมือง พบผู้บริโภคและผู้สูงวัยที่ได้เงินหมื่นจากรัฐบาล มาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก พร้อมติดตามการซื้อขายหอมหัวใหญ่และสับปะรดภูแล หลังประสานผู้ประกอบการ 23 ราย เข้ารับซื้อ เพื่อดันราคาให้กับเกษตรกร ก่อนที่จะปล่อยคาราวานสับปะรด



นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำทีมพาณิชย์ ประกอบด้วย นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ณ ตลาดล้านเมือง

ซึ่งเป็นตลาดกลางที่อยู่ในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า ภายใต้โครงการชูใจ วัยเก๋า 60+ ร่วมกับนายไพโรจน์ หาญพิทักษ์วงศ์ ผู้จัดการตลาด โดยพบว่าพี่น้องประชาชน และกลุ่มผู้สูงวัย ที่ได้รับเงินหมื่นจากรัฐบาล ให้การสนใจเข้ามาซื้อสินค้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผักสด ที่เป็นสินค้าหลักของตลาด เนื่องจากมั่นใจว่าจะได้บริโภคผักปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ยังได้ติดตามการรับซื้อสับปะรดภูแล และหอมหัวใหญ่ ที่กรมการค้าภายในได้ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรเครือข่ายภาคเอกชน 23 ราย ประกอบด้วย ตลาดสด ตลาดกลาง ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก ผู้แปรรูป และห้างค้าปลีก-ค้าส่ง อาทิ Tops, Go wholesale, The mall, Makro, Lotus’s, Big C สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง อาทิ PT OR Bangchak Shell และ Susco เข้ารับซื้อสับปะรดภูแลและหอมหัวใหญ่ จากกลุ่มเกษรกรในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งจาก จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน ในราคานำตลาด รวมทั้งได้ปล่อยขบวนคาราวานสินค้าสับปะรดภูแล 60 ตัน เพื่อนำไปแปรรูปเพื่อการส่งออก และส่งออกไปจำหน่ายยังมาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ และจีน

โดยหอมหัวใหญ่ ได้เริ่มเข้ามารับซื้อจากสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา จำกัด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ จำนวน 100 ตัน และจะทยอยเข้าซื้อสินค้าทั้ง 2 ชนิด ทั้งหอมหัวใหญ่และสับปะรดภูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลราคาให้กับเกษตรกร และมั่นใจว่าราคาจะอยู่ในเกณฑ์ดีจนจบฤดูกาล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกรายที่เข้ามาช่วยเหลือรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร เพื่อเป็นการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง

สำหรับสับปะรดภูแล จะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย และ ธ.ค.-ก.พ. ส่วนหอมหัวใหญ่ ออกสู่ตลาดมาก ช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.
“ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน ติดตามและประเมินสถานการณ์การผลิต การตลาดสินค้าหอมหัวใหญ่และสับปะรดภูแล ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอย่างต่อเนื่อง และขอให้ช่วยเร่งระบายผลผลิตออกจากพื้นที่ นำไปขายให้ผู้บริโภคในพื้นที่อื่น กระจายผ่านร้านธงฟ้าและโมบายธงฟ้า ผลักดันแปรรูป และส่งออก เพื่อไม่ให้มีปัญหาด้านราคา และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ขายผลผลิตได้ราคาดี”

และในเวลา 15.45 น.นายพิชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะได้เดินทางไปเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า Chiangrai Northern Border Festival ที่ศาลากลางหลังเก่า “ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย”(ลาน ร.5)ซึ่งที่นี้มีผู้ประกอบการค้าชายแดนนำสินค้าขึ้นชื่อของเมียนมา สปป.ลาว จีนและไทย มาแสดงและจำหน่ายอีกด้วย





